Tag Archives: ถุงกระดาษ

บริการ ของ รัฐให้แก่ผู้ประกอบการ พระเดช VS พระคุณ

หากพูดกันอย่างตรงไปตรงมาภาพลักษณ์ของรัฐในสายตาของผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมยังติดลบเพียงแต่เห็นหนังสือตราครุฑจากทางราชการก็เกิดอาการไม่สน ไม่เปิด ไม่อ่าน บางคนขยำทิ้งถังขยะไปเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะผู้ประกอบการมักมีประสบการณ์ฝังใจกับพฤติกรรมใช้อำนาจในการควบคุม จับผิด และแสวงหาผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแลตามกฎหมาย

อันที่จริง ภาครัฐก็มีงานให้บริการในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาให้กับผู้ประกอบการแต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ประกอบการไม่ค่อยรู้จักหรือยังไม่ค่อยประทับใจคุณภาพในการให้บริการ เพราะหน่วยงานของรัฐดังกล่าวมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในส่วนกลางหรือเมืองใหญ่ให้บริการไม่เพียงพอไม่ทั่วถึง การปฏิบัติงานยังติดยึดกับระบบราชการ งบประมาณ บุคลากรและเครื่องไม่เครื่องมือก็ไม่พร้อม งานให้บริการ ภาครัฐซึ่งเป็นงานสร้าง “พระคุณ” จึงยังไม่โดดเด่นพอที่จะกลบภาพลบของงานเชิง “พระเดช”ซึ่งใช้อำนาจควบคุมและหาผลประโยชน์

การหาเงินทุน

ปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ คือเงินที่จะต้องเอามาลงทุนและใช้ในการดำเนินกิจการดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากมักจะคิดว่า “ถ้าไม่มีเงินทำธุรกิจไม่ได้”ฟังดูแล้วมีเหตุผลดี แต่ถ้าคนเชื่ออย่างนั้นหมดทุกคนก็จะไม่มีโอกาสทำธุรกิจได้เลยตลอดชีวิต

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกประเภทที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียงเล็กน้อยโดยเริ่มต้นค่อยทำไปที่ละน้อย มีใจสู้ หาหนทางทุกทางเพื่อจะทำงานที่ตั้งใจไว้ให้ได้ โดยไม่ย่อท้อ ในที่สุดเขาก็หาหนทางออกจนได้ สามารถจะหาทุนมาทำกิจการ และหลายคนก็ประสบความสำเร็จเป็นนกธุรกิจที่มีชื่อเสียงไปแล้ว นั่นคือ ท่านต้องสร้างความสารถในการหาเงินมาใช้ ในการลงทุนธุรกิจที่ท่านคิดไว้ให้ได้ และเงินนั้นหายาก ท่านก็ต้องรู้จักที่ใช้เงินนั้นอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

แสดงระบบของการอำนวยการ

1.งานที่บริหารทั่วไป – การจัดทำแผนงาน แผนงบประมาณ การรายงานผลรวม ประสานควบคุมการจัดทำหนังสือ รับเข้า – ของโครงการ การดูแลยานยนต์ และพาหนะต่างๆ และเป็นศูนย์การประสานงาน

2.ระบบงานจัดซื้อ – การเสนอขอจัดซื้อ การจัดทำใบสั่งซื้อ พิจารณาข้อเสนอของผู้ขายการตรวจรับสิค้า การจัดทำบัญชีสินค้า และการจ่ายเงินซื้อสินค้า การส่งสินค้าเข้าตามแผนกต่าง ๆ รวมทั้งการส่งคืนสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ

3.ระบบบัญชีและการเงิน – การลงบัญชีซื้อ – ขาย เงินสดรับ – จ่าย  การทำบัญชีเจ้าหนีและลูกหนี้  ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การทำยอดสรุปค่าใช้จ่ายทั้งรับ – จ่ายประจำเดือน การดูแลต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน โสหุ้ยการผลิต  สต๊อคสินค้าสำเร็จรูป และการบันทึกต้นทุนสินค้าคงคลัง ตลอดจนวิเคราะทางการส่งเงินเสนอผู้บริหาร

4.ระบบการผลิต – การเบิกจ่ายวัตถุดิบ และวัสดุประกอบการผลิต กรควบคุมวัสดุการซ่อมบำรุง – เครื่องจักรอุปกรณ์ การบันทึกยอดการผลิต ปัญหาการผลิต การรายงานผลและบันทึกควบคุมคุณภาพ พร้อมสรุปงานประจำเดือน

5.ระบบการตลาด – การรับใบสั่งซื้อ การจ่ายใบสั่งซื้อสู่แผนกผลิต และวัตถุดิบ การจัดส่งสินค้า จัดทำแผนการขาย การทำบัญชีขาย การรับคืนและการให้ส่วนลด บัญชี การจัดแผนเยี่ยมลูกค้า บัญชีรายชื่อลูกค้า และการประเมินผลลูกค้า

            6.บุคลากร – การรับสมัคร การคัดเลือก การฝึกอบรม การพัฒนาฝีมือแรงงาน และการบริหาร การจ่ายค่าตอบแทน ระบบสวัสดิการ การประเมินผลงานประจำปี การแก้ไขปรับปรุงต่อจากนั้น

พิจารณาวิเคราะห์ความต้องการของท่านไห้ชัดเจน

ว่าท่านต้องการธุรกิจแบบไซ้แรงงานผลิตมาก หรือไม่ท่าการผลิตเองหรือเป็นการนำวัตถุดิบ ความคิด รูปแบบที่ตนเห็นว่ามีผู้ชำนาญนำไปผลิตภายนอก หรือเริ่มแรกยังไม่มีประสบการณ์ที่จะตั้ง โรงงานผลิต จึงอยากเริ่มเปิดร้านจำหน่ายก่อน เพื่อเป็นการเรียนรู!ปก่อน ในอนาคตค่อยตั้งโรงงาน เป็นต้น ดังนั้นการที่จะตัดสินใจทำธุรกิจประเภทไหน ต้องให้ซัดเจนไม่ใช่ทำเป็นงานแบบคลุมเครีอ ย่อมทำให้ไม่มีทิศทางในการดำเนินงาน เกิดปัญหาอุปสรรคอย่างแน่นอน ฉะนั้นก่อนลงมีอปฏิบัติต้อง มีคำถามและดำตอบ ให้มากจนกระทั่งไต้ความซัดเจนจึงค่อยลงมือ

นิยามวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ประเทศไทยเราก็ได้นิยามวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเช่นกัน แต่เราจะยืดหารจ้างงานหรือมูลค่าสินทรัพย์ถาวร หรือมีทุนจดทะเบียน อย่างหนึ่งอย่างใด เป็นหลัก มิได้ยืดขายดังเช่นประเทศอื่น เพราะประเทศไทยยอดขายหายาก แต่ของเรากำหนดรายละเอียด แยกขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างละเอียดดังนี้

bench-accounting-49023

1.วิสาหกิจขนาดย่อม

ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.1 กิจการผลิตสินค้า มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 50 คนหรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่

เกิน 50 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 25 ล้านบาท

1.2 กิจการให้บริการ มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 50 คนหรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่

เกิน 50 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 25 ล้านบาท

1.3 กิจการค้าส่ง มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 25 คนหรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่เกิน 50

ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 25 ล้านบาท

1.4 กิจการค้าปลีก มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 15 คนหรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่เกิน 30 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 10 ล้านบาท

 

2.วิสาหกิจขนาดกลาง

ได้แก่ กิจการที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

2.1 กิจการผลิตสินค้า มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 200 คน หรือมีมูลค่าสิน

ทรัพย์ถาวรเกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท

2.2 กิจการให้บริการ มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 200 คน หรือมี

มูลค่าสินทรัพย์ถาวรเกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท

2.3 กิจการค้าส่ง มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 25 คน แต่ไม่เกิน 50 คน หรือมีมูลค่า

สินทรัพย์ถาวรเกินกว่า 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท

2.4 กิจการค้าปลีก มีจำนวนการจ้างงานเกินกว่า 15 คน แต่ไม่เกิน 30 คน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรเกินกว่า 30 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกินกว่า15 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 30 ล้านบาท

ประเทศต่างๆ ได้ให้ความสำคัญต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมว่าเป็นหน่วยงานสำคัญ

ของประเทศในการจ้างงาน โดยเฉพาะในภาวะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ลดการจ้างคนงาน และหน่วยงานราชการลดอัตรากำลังข้าราชการ ทำให้เกิดการว่างงานขึ้น ในภาวะเช่นนี้ผู้ว่างงานทั้งหลาย มีโอกาสที่จะสร้างงานให้กับตนเอง ด้วยเป็นเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม